ปัญหาที่อาจพบได้บ่อยขณะที่ใช้เครื่องมีดังนี้
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้มีอาการนอนกรน
โครงสร้างทางกายภาพของทางเดินหายใจ: ทางเดินหายใจแคบ ต่อมทอลซินหรือต่อมอดีนอยด์โตอาจขัดขวางทางเดินหายใจ ทำให้นอนกรน ผนังกั้นจมูกคดหรืออาการคัดจมูกเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงในการนอนกรนเช่นกัน
ตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วย ผลการตรวจ กำหนดการนัด และอื่นๆ
ปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้คุณมีอาการนอนกรนได้ และบางปัจจัยอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งควรได้รับการดูแลและรักษาเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาว
สอบถามคนรอบข้าง: ถามคนในครอบครัวหรือคู่รักเกี่ยวกับอาการกรนขณะนอนหลับ
ผู้ที่นอนกรนและมีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น แพทย์อาจแนะนำวิธีการรักษา ดังต่อไปนี้
การนอนกรนเป็นตัวบ่งชี้ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นหรือไม่?
หากผู้ที่นอนกรนแบบธรรมดาข้างต้น มีอาการแย่ลง คือกล้ามเนื้อในช่องคอมีการหย่อนตัวลงมากขึ้น ช่องทางเดินหายใจที่ตีบแคบ ก็จะแคบลงมาจนปิดสนิท!!
ตอบ: อาการที่บ่งบอกความเสี่ยง ได้แก่ นอนกรนดังมากเป็นประจำ ตื่นมาแล้วไม่สดชื่นหรือรู้สึกนอนไม่พอ คอแห้ง ปวดศีรษะตอนเช้า ง่วงนอนมากผิดปกติในระหว่างวัน และมีคนสังเกตเห็นว่าหายใจไม่สม่ำเสมอหรือหยุดหายใจเป็นช่วง click here ๆ ขณะหลับ
- การผ่าตัดบริเวณโคนลิ้น เช่น การใช้คลื่นความถี่วิทยุเพื่อลดขนาดของลิ้น หรือการผ่าตัดดึงขากรรไกรล่างบางส่วนมาด้านหน้า วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาอุดกั้นบริเวณโคนลิ้น
ปัญหานอนกรนนั้น ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ผมเจอหลายท่านมีปัญหาครอบครัว เนื่องจากการนอนกรนเสียงดัง มานักต่อนัก นอกจากนี้แล้ว หากท่านนอนกรนแบบมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยแล้วละก็ อันนี้อันตรายมาก ต้องรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยด่วน อย่าปล่อยทิ้งไว้นะครับ เพราะในระยะยาว จะมีผลกระทบกับสุขภาพของท่านอย่างแน่นอน ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ
ตื่นมาไม่สดชื่น มึนหัว คล้ายนอนไม่พอ
ตอบ: หากปล่อยไว้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์-อัมพาต) ภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากการง่วงนอนผิดปกติ